ยาโกะออนเซ็นรู้ว่า

ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม

ทะเลสาบโทยะอันสวยงามแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติชิโกะสึ-โทยะ เป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศรองจากทะเลสาบ คุชชะโระและทะเลสาบชิโกะสึ ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในจังหวัดฮอกไกโด
ทะเลสาบแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากการปะทุครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 110,000 ปีก่อน มีเส้นรอบวงประมาณ 43 กิโลเมตร (ถนนรอบทะเลสาบยาวประมาณ 36 กิโลเมตร) ความสูงจากระดับน้ำทะเล 84 กิโลเมตร พื้นที่ผิวน้ำ 70.7 ตารางกิโลเมตร และความลึกเฉลี่ย 117 เมตร นับเป็นทะเลสาบที่ไม่กลายเป็นน้ำแข็งที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามในช่วงที่มีอากาศหนาวรุนแรงก็อาจเกิดน้ำแข็งขึ้นเป็นบางส่วน
ใจกลางทะเลสาบมีเกาะอยู่ 4 แห่ง (เกาะโอ เกาะเบ็นเท็น เกาะคันนง และเกาะมันจู) ซึ่งกล่าวกันว่าเกิดจากการแข็งตัวของโดมลาวาที่ไหลออกมาจากการปะทุใต้พื้น ทะเลสาบเมื่อประมาณ 50,000 ปีก่อน โดยเกาะทั้งหมดเรียกรวมกันว่านาคาจิมะ
ตอนเหนือของทะเลสาบโทยะเป็นที่ตั้งของภูเขาโยเทย์ ส่วนตอนใต้เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟอุสุ ซึ่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเขาโชวะชินซังและเพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่แตก ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาลได้

ย่านออนเซ็นริมทะเลสาบโทยะ กับการฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งกำเนิดออนเซ็นในปี 2010

ต้นน้ำของโทยะโกะออนเซ็นและโซเบ็ตสึออนเซ็นมีความเกี่ยวพันอย่างใกล้ชิดกับภูเขาอุสุ โดยถือเป็นออนเซ็นตามธรรมชาติที่มีต้นกำเนิดปรากฏชัดเจนซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น
จากคำอธิบายที่ว่าเมื่อภูเขาโยโซมิเกิดการปะทุขึ้นในปีเมย์จิที่ 43 (ค.ศ. 1910) ได้มีจุดที่อุณหภูมิของน้ำในทะเลสาบในบริเวณใกล้เคียงขณะเกิดการปะทุอยู่ที่ 24 องศาเซลเซียส และเมื่อการปะทุสิ้นสุดลงก็ได้มีการค้นพบน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาซึ่งมีอุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียสที่บริเวณเชิงเขาทางตอนเหนือของภูเขาโยโซมิ จึงกล่าวได้ว่านี่เป็นจุดกำเนิดของโทยะออนเซ็น โดยในปี 2010 ได้มีการจัดงานต่างๆ เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 100 ปีของออนเซ็นแห่งนี้
จากประวัติศาสตร์ของเมืองอาบุตะ ในพื้นที่ของโทยะโกะออนเซ็นนั้น ภายหลังการปะทุของภูเขาโยโซมิ 7 ปี ในปีไทโชที่ 6 (ค.ศ. 1917) ได้มีการเปิดที่พักพร้อมออนเซ็นขึ้นเป็นแห่งแรกที่นี่ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของโทยะออนเซ็น

ยาโกะออนเซ็นรู้ว่า

น้ำร้อนเพื่อผิวนุ่มเนียนสวย

ที่โทยะโกะออนเซ็น มีบ่อน้ำร้อนอยู่ 12 แห่ง ซึ่งสูบน้ำขึ้นมาจากระดับความลึก 60-150 เมตร
บ่อน้ำมีทั้งบ่อโซเดียม-แคลเซียม-ไฮโดรเจนคาร์บอเนต บ่อซัลเฟตและบ่อคลอไรด์ ซึ่งกล่าวกันว่าช่วยรักษาอาการปวดประสาท ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อาการไวต่อความเย็น แผลพุพอง และบาดแผล เป็นต้น โดยในบรรดาบ่อเหล่านี้ บ่อไฮโดรเจนคาร์บอเนตจะช่วยให้ผิวหนังนุ่มขึ้น รวมถึงช่วยแปลงไขมันและสารคัดหลั่งต่างๆ เป็นอิมัลชั่นและชะล้างออกไป ทำให้ผิวเนียนนุ่ม จึงได้รับการขนานนามว่าเป็น "น้ำร้อนแห่งความงาม" และ "น้ำร้อนเพื่อผิวเนียนนุ่มสวย"
นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่าการปะทุของภูเขาอุสุในปี 2000 ส่งผลให้แร่ธาตุในน้ำมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอีกด้วย

TOP